May 4th - 8th , 2008
The First Five Days....
** หน้านี้เนื้อหาเยอะไปหน่อยนะคะ เขียนไว้ตั้งแต่วันพฤหัสแต่เพิ่งมีโอกาสมาโพสท์.. **
.
.
หน้าก่อนได้อัพเรื่องกิน แฮปปี้ละ.. คราวนี้ก็เข้าเรื่องสิงคโปร์ได้ซะที.. อิอิ..
เพื่อนสนิท มิตรสหาย และเจ้าหมูสุดเลิฟคงจะรู้กันว่าช่วงนี้ข้อยบ่ได้อยู่กทมเด้อ..
ตอนนี้มาสัมมนาที่สิงคโปร์ค่ะ เป็นเวลาสองอาทิตย์.. (ลาภปากๆ)..
ส่วนใหญ่คนจะพูดว่า บินอีกแล้วเหรอ บินบ่อยจัง..
เนื่องจากว่ากลับมาจากอเมริกาได้ไม่นาน ธนวรรณก็บินต่ออีกแล้ว..
แต่แหมมมมม.. อยากจะบอกว่า ก็มีแค่ตอนนี้ล่ะค่า..
เดี๋ยวกลับไปคราวนี้ก็อยู่ (ไทย) ยงคงกระพันไม่ไปไหนอีกแล้วล่ะ..
แต่ละปีๆ เราก็ไม่ค่อยได้ไปไหนหรอก.. ปีนี้มันบังเอิญเท่านั้นแหละที่มันใกล้ๆกันพอดี..
ตามนโยบายของบริษัท เค้าจะมีงบให้เราไปสัมมนา (เรียนหนังสือ) กันคนละทีต่อปี..
จริงๆแล้วตะก่อนมันได้คนละสองต่อปีล่ะ แต่พอเศรษฐกิจไม่ดี งบก็ถูกตัด..
** Next Station.. Singapore.. **
ที่ได้มาคราวนี้นี่ถือว่าโชคดีนะเนี่ย เพราะเป็นวิชาบังคับที่ทาง HQ สั่งมา..
ไม่งั้นต่างประเทศเหรอ ไม่มีสิทธิ์ได้ไปไหนหรอก.. หากได้เรียน ก็ที่ชั้น 11 ของตึกตรงสาทรนั่นแล..
แต่อันนี้ หัวหน้าของหัวหน้าสั่งมาอีกที เพราะฉะนั้นคนอนุมัติงบก็มิกล้าขัด..
งานนี้เลยเป็นลาภปากของธนวรรณที่ได้มาเที่ยวฟรี กินฟรี สบายพุง..
แต่อันที่จริงแล้วตอนแรกเราคอร์สมันจัดที่มาเลย์ด้วยแหละ..
แต่แล้วอยู่ๆเค้าก็เปลี่ยนมาเป็นซิง.. จะว่าดีก็ดีนะ แต่ก็แอบเสียดายอยู่นิดหน่อย..
เพราะว่าเรายังไม่เคยไปมาเลย์เลย แล้วหากให้ไปเองก็คงยาก ถ้าได้ไปกับแบ๊งค์ก็คงดี..
และที่เสียดายอีกอย่าง ก็คือ Charles & Keith รองเท้ายี่ห้อโปรด.. ฮ่าๆๆๆๆ..
คือว่ามันเป็นยี่ห้อของมาเลย์ เพราะฉะนั้นได้ยินมาว่ามันถูกมากกกกกกกกกกกก..
เราก็นึกว่าจะไปเหมารองเท้ากลับมาซะหน่อย แต่ก็อดซะงั้นอ่ะ..
แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะที่ซิงก็ถูก (กว่าไทยครึ่งๆ) เหมือนกัน ไว้ไปช้อปที่ซิงแทนก็ได้..
** โทรมเชียวแต่ก็พร้อมลุย.. **
คือจริงๆแล้ว เราก็รู้สึกไม่ดีอ่ะนะ ที่พักร้อนกลับมาไม่นานก็มาเรียนต่อทันที..
ตอนที่เลือกเดือนที่ลง เราก็คิดหนักงัย.. คือไม่อยากไปไหนช่วงมิ.ย.ถึงก.ย.
เพราะรู้ว่าช่วงนั้นเจ้าหมูต้องกลับมาไทยแน่ๆ.. นานๆเจอกันทีเราก็ไม่อยากหนีไปไหน..
เพราะฉะนั้น ช่วงเวลาที่เอื้อที่สุด หากไม่เป็นช่วงต้นปีก็ต้องเป็นปลายปีไปเลย..
ตอนแรกเราก็เลือกเป็นตุลา เพราะคิดว่าช่วงนั้นเจ้าหมูคงกลับไปเรียนแล้วแน่ๆ..
แต่พอคิดไปคิดมา ไอ้เราก็กลัวว่าหากลงตอนปลายปี แล้วจู่ๆเค้ามาตัดงบขึ้นมาเราก็อดดิ..
พอคิดได้เช่นนั้น เราก็เลยไปขอหัวหน้าเค้าเปลี่ยน รีบมาแต่ต้นปีก่อน budget จะถูก cut..
ฮ่าๆๆ.. ใครอย่าได้เอาหน้านี้ไปให้คนที่บริษัทเราอ่านเลยนะเนี่ย..
แต่ก็อย่างว่าล่ะเนอะ คนที่ได้มาเทรน ใจเค้าอยากเทรนจริงๆซักกี่คนกันเชียว..
ปกติเวลาเค้าไปเทรนกัน ก็นัดไปพร้อมๆกัน.. เทรนเสร็จก็ถือโอกาสเที่ยวสบายใจเฉิบ..
แต่งานนี้เราไม่มีคนมาเป็นเพื่อนน่ะสิ.. มาอยู่คนเดียวสองวีคก็แอบเหงาเหมือนกันนะเนี่ย..
คือตอนที่เราเลือกเดือนที่จะมาเรียนเนี่ย เรากับคนในทีมต้องแยกกันงัย..
เพราะหากมาด้วยกัน ก็ไม่มีคนทำงานที่เมืองไทย แล้วหากเป็นเช่นนั้นก็จะโดนด่าได้..
พวกเราเลยต้องโกอินเตอร์ มากันทีละคนๆอย่างนี้น่ะล่ะ.. แต่แนนซะอย่าง can lah.. 555..
** สายแล้วยังจะมีเวลาถ่าย.. คือกะว่าคงไม่ได้บินอีกนานงัยเลยขอหน่อย.. **
ตอนก่อนจะมาก็ตื่นเต้นไม่น้อยเลยนะ เพราะพอเห็นรายชื่อคนที่เรียนด้วยแล้ว.. หนาวววววววว..
เพราะคนที่เรียนนั้น ระดับบิ๊กๆของแบ๊งค์ทั้งนั้นเลย.. แต่ก็มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่คละเคล้ากันไปแหละ..
แต่ที่น่ากลัวอีกอย่าง ก็คือวิชานี้เรียนแล้วต้องมีสอบด้วย.. เรียนหกตัว สอบหกตัว.. โอ้แม่เจ้า..
คือคำว่า สอบ กับเรานั้นมันไม่ค่อยไปด้วยกันอ่ะค่ะ.. แบบว่าเป็นคนเดินทางสายกลางอ่ะนะ..
จะเรียนอะไร จะทำอะไร แต่ก็ไม่เคยขึ้นสู่จุดสูงสุด.. เกรดไม่เคยจะดีกับเค้าเล้ยยยยย..
พอรู้ว่าต้องสอบ แถมยังเป็นคนไทยคนแรกที่มาประเดิมวิชานี้ ความกลัวมันก็เลยบังเกิด..
แล้วทุกคนก็กำชับกันเหลือเกินว่า ไปเรียนแล้วเอาโน๊ตมานะ เอาข้อสอบมานะ เค้าจะได้ลอก..
อ่ะแหมๆๆ พูดกันตรงๆอย่างนี้เลย.. ขอบอกว่า ทุกคน แม้กระทั่งหัวหน้าตัวเองก็พูดงี้..
คือแบบว่า ไอ้ที่จะให้เราไปบอกข้อสอบให้เนี่ย มันก็เรื่องนึงอ่ะนะ..
แต่ที่เรากลัวก็คือว่า หากเราบอกไปแล้วเค้าผ่านกันหมด แล้วเหลือเราตกคนเดียวล่ะจะทำงัย !!~
ก็นะ ก่อนมาก็มีแต่ความกังวลใจระคนกันไป.. แต่อีกใจก็ตื่นเต้นนะที่จะได้โกอินเตอร์กับเค้าซะที..
เพราะปกติเราก็ได้แต่ทำงานในออฟฟิส ไม่ค่อยจะได้ไปพบปะผู้คนที่ไหน..
มาคราวนี้เลยถือว่าเป็นโอกาสดี ที่จะไปเปิดตัวแนะนำตัวเองให้คนอื่นรู้จักว่าชั้นน่ะชื่อ ธนวรรณ..
อยากให้คนอื่นรู้ว่าเราก็ไม่ใช่กระจอกๆนะ ถึงแม้คนใหญ่ๆที่เมืองไทยจะไม่เห็นค่าก็ตาม..
** อดช้อปอีกแล้ว.. บุญไม่มีแถมกรรมยังบังอีก.. **
อ่ะๆๆ อารัมภบทและนอกเรื่องไปนาน.. มาเข้าเรื่องกันซะทีดีกว่าเนาะ..
ก็อย่างที่บอกน่ะล่ะ ก่อนมาก็ตื่นเต้น แต่ก็ดีใจ.. อยากมามากๆทริปนี้..
เค้าเริ่มเรียนวันที่ห้า (ขาดทุนวันหยุดไปวันนึงนะเนี่ย) เลยออกตั้งแต่วันอาทิตย์..
ไหนๆก็ต้องมาถึงล่วงหน้าหนึ่งวันแล้ว เราก็เลือกมาไฟลท์เช้าเลย จะได้มีเวลาเที่ยว ^^
เพราะเป็น business trip เลยต้องนั่งการบินไทย.. แต่เกือบไปแล้วววววว เกือบตกเครื่อง..
คือเราก็ไปถึงหกโมงเกือบครึ่ง.. แต่พอเห็นแถวเช็คอินแล้วก็จะเป็นลม.. แถวยาวมากกก..
การบินไทยนี่บริการดีนะไม่เถียง แต่พอเรื่องเช็คอินอย่างนี้เห็นแล้วมันหงุดหงิดมากๆ..
สรุปกว่าจะผ่านพ้นได้บอร์ดดิ้งพาสได้ก็ผ่านไปสี่สิบนาที.. ไม่ได้ที่นั่งริมหน้าต่างอีกต่างหาก..
เสร็จแล้วก็ต้องไปผ่านด่านต.ม. ซึ่งคราวก่อนตอนบินไปอเมกาใช้เวลาเป็นชั่วโมง..
ก็ได้แต่หวังว่าจะไม่ได้แถวห่วยอย่างคราวก่อน.. วันนี้ดีหน่อยยังแค่ครึ่งชั่วโมง..
คราวนี้.. อดช้อปปิ้งอีกแล้ว.. เซ็งเป็ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด..
คราวก่อนไม่ได้ช้อป ก็ยังบอกตัวเองว่าไม่เป็นไร เพราะเดี๋ยวก็บินเดือนนี้อีก..
แต่พอมาคราวนี้ ก็ไม่ได้ช้อปอีก เรามันคงไม่มีบุญ.. แต่ให้เลือกช้อปกับตกเครื่อง ก็ต้องรีบไป..
แต่ไม่วาย ผ่าน Longchamp ขอดูรุ่นที่หาอยู่หน่อย สรุปไม่มี แล้วก็วิ่งต่อ..
** breakfast on board.. **
พอไปถึงเกท โอ้มายลอร์ด .. final call แล้ว.. แต่ยังใจชื้นหน่อยเพราะมีคนกำลังไปด้วยพอดี..
ไฟล้ท์นี้เค้าไม่ต่องวงช้างแฮะ ต้องไปต่อรถบัสอีกที.. พอขึ้นไปก็ยังมีคนนั่งอยู่..
โล่งไปหน่อย แสดงว่าเราคงไม่ตกแล้ว.. บัสจอดรออีกนานพอควร มีคนเลทกว่าเราอีกแฮะ.. อิอิ..
ไฟล้ท์นี้ไม่เต็ม แต่ก็ไม่ได้ที่ริมหน้าต่าง.. แต่ก็โชคดีที่ได้แถวหน้าสุดริมทางเดินที่เลยกว้างหน่อย..
เบาะตรงกลางมันเป็นสามที่นั่งอ่ะ แต่มีเรานั่งคนเดียว พอฝรั่งข้างหลังเห็นว่าที่มันว่าง เค้าเลยมานั่ง..
แหม ทำไมทีตอนที่บินยาวๆเครื่องไม่ว่างอย่างนี้มั่ง.. อันนี้นั่งสบาย แต่ก็แค่สองชั่วโมงเอง..
ที่กะจะไปนอนบนเครื่องก็ไม่ได้นอนเพราะมัวแต่งกกิน.. ฮ่าๆๆ.. ทานเสร็จไม่นานก็แลนด์แล้ว..
And welcome to Changi Airport .. ถึงสิงคโปร์เรียบร้อยปลอดภัย..
จะว่าไป เราก็ไม่ได้มาซิงนานมากๆๆๆ ตั้งแต่ปลาย 05 ตอนนั้นมางานแต่งเพื่อน..
มาซิงก็ดีหน่อยเพราะเรื่องถนนหนทางก็ยังพอคุ้นๆอยู่บ้าง.. เพราะฉะนั้นสู้ตายค่า !!~
** วิวจากโรงแรม.. ตึกแหลมๆเรียกว่า Suntec City.. **
ไปถึงจัดแจงหยิบกระเป๋า แลกเงิน ซื้อบัตรโทรศัพท์ก็พร้อมไปโรงแรม..
งานนี้เกือบซวยไปแล้ว.. คือก่อนมาเราไม่ได้แลกเงินมาเพราะกะเอาเงินดอลล์มาแลกที่นี่..
มีอยู่ $400 ก็กะว่าจะแลกแค่ $200 พอ.. แต่พอจะจ่ายตังค์.. กรี๊ดดดดดด.. เงินหายไปไหน..
มีติดอยู่แค่ร้อยเดียว เลยต้องแลกแค่นั้นกับแลกไทยเป็นซิงอีกสามพันบาท..
ในกระเป๋ามีอยู่แค่ร้อยเดียว คิดอยู่ตั้งนานอีกสามร้อยหายไปไหน จะโดนล้วงก็ไม่ใช่..
สุดท้ายมานึกได้ว่าเราเอาเงินใส่ไว้ในซองบิลบัตรเครดิตที่ไปจ่ายก่อนจะมานี่..
แล้วซองนั้นก็อยู่ในตู้ที่ออฟฟิส จะให้ใครเอามาให้ก็ไม่ได้เพราะเรานั้นได้ล็อคตู้ไว้แล้ว..
เฮ้ออออ.. พอเหมือนอะไรจะผ่านไปด้วยดีก็ต้องมีอุปสรรคอะไรเล็กๆน้อยๆจนได้..
นี่โชคดีมากๆนะเนี่ย ที่พ่อให้พ๊อกเก็ตมันนี่มาร้อยเหรียญซิงก่อนบินมา..
ไม่งั้นคงไม่มีเงินใช้แน่ๆ เพราะถึงแม้มาอย่างนี้แล้วแบ๊งค์ออกให้ก็จริง..
แต่ตามนโยบาย เราต้องออกไปก่อนแล้วค่อยเอาใบเสร็จไปเบิก..
** วิวจากลิฟท์แก้ว.. เห็นแล้วอยากว่ายน้ำจัง.. **
พิมพ์มา ณ ตรงนี้แล้วรู้สึกว่า สรุปเราได้เข้าเรื่องอะไรแล้วหรือยังเนี่ย..
พิมพ์มาสี่หน้าแล้ว รู้สึกว่าไม่ได้ออกจากสนามบินซักกะที.. ฮ่าๆๆ..
อ่ะ อ่ะ.. ตอนนี้ไม่น้ำละ จะเล่าแต่เนื้อโลดดด (แต่จะสามารถหรือเปล่าก็อีกเรื่อง.. ฮ่าๆๆ..)
ก็นั่งแท็กซี่จากสนามบินมาที่โรงแรม ได้ยินว่าอยู่ใจกลางห้างมากๆ.. หุๆๆ..
มาถึงก็เช็คอินได้เลย พักผ่อนนิดหน่อย.. แต่ยัง.. ยังไม่ได้ลุยห้างทันที.. ฮะๆๆ..
นั่งเล่นเน็ท จัดการเรื่องโทรศัพท์ ทำนู่นทำนี่จนดูนาฬิกาอีกทีก็เกือบสามแล้ว..
อุตส่าห์รีบบินมา เพราะฉะนั้นจะอยู่ในห้องก็กระไรอยู่ ออกไปเซอร์เวย์ข้างนอกหน่อยก็ละกัน..
** My bed for the next two weeks.. **
** มุมอู้.. (แต่ขอบอกว่าอยู่มาห้าวันยังไม่ได้นั่งเลย.. ฮ่าๆๆ..) **
** มุมทำงาน (ซึ่งคงจะเน้นเล่นเน็ทมากกว่าอ่านหนังสือ..) **
วันแรกก็ยังไม่ได้ไปไหนมากหรอก แค่เดินห้างที่อยู่รอบๆโรงแรมก็หมดแรงแล้ว..
ห้างแถวนี้ใหญ่และมีร้านครบครัน ใครๆก็บอกว่าอยู่แค่หน้าตรงนี้ก็ไม่ต้องเข้า Orchard ก็สามารถ..
เดินเสร็จก็หาข้าวเย็นทาน มื้อแรกในซิงประเดิมที่ Yashinoya จำได้ว่าตะก่อนเคยทานก็อร่อยดี..
ก็ยังไม่ได้ซื้ออะไรค่ะ เซอร์เวย์ตลาดก่อนว่าที่นี่มีอะไรน่าสนใจบ้าง..
แต่จริงๆแล้วอย่างเดียวที่กะมาซื้อก็คือรองเท้าอย่างที่บอกนั่นแหละ..
คืนนั้นก็เลยไม่ได้ทำอะไรมาก กลับโรงแรม อ่านหนังสือที่เค้าสั่งก่อนไปเรียน..
ฮ่าๆๆๆ.. ขยันใช่มั้ยล่ะ แต่ขอบอกว่าอ่านได้แค่วันนี้วันเดียวน่ะล่ะ..
พอเข้าวันจันทร์ ก็ได้เวลาไปเรียนแล้ว.. ตื่นเต้นมากๆๆๆๆๆๆ..
เพราะเราไม่รู้จักใครเลย แล้วจากที่เดาๆรู้สึกว่าทุกคนจะ based ที่ซิงหมดเลย..
พอเข้าห้องไป ทุกคนดูเหมือนรู้จักกันมาหมดแล้ว.. มีแต่เรานี่แหละที่เสร่อ..
** อุปกรณ์มากมาย.. **
** แต่ของเค้าไม่มากพอต้องเอาของตัวเองมาวางเพิ่ม.. ฮ่าๆๆ.. **
จากตรงนี้ไปต้องขอออกตัวหน่อยอ่ะนะว่ารูปในช่วงที่เรียนนั้นไม่มีเลย..
ตอนแรกนึกว่าหากสถานการณ์อำนวยเราก็จะเก็บบรรยากาศมาฝาก..
แต่เพราะห้องเรียนเค้าก็คือห้องบอลลูม มีโต๊ะกลมอยู่หกโต๊ะเรียนด้วยกัน..
หากระหว่างเรียนเราเอากล้องมาถ่ายเค้าคงหาว่าบ้า.. ผู้ใหญ่เยอะด้วย คงเข้าใจเนาะ..
รูปแบบการเรียนเหมือนกลับไปสู่ชีวิต MBA อีกครั้ง.. ทั้งเนื้อหาและการสอน..
เค้าจะเน้นแบบ interactive classroom.. ใครมีอะไรก็ถามก็ตอบกันตามสบาย..
ตอนแรกเราก็เกร็งๆแหละ แต่พอเห็นคนที่เรียนด้วยกันก็ค่อยยังชั่วหน่อย เพราะมีคนตอบแน่ๆ..
ถึงแม้ว่าคนที่เรียนจะผู้ใหญ่กัน แต่ความรู้สึกก็ยังเหมือนตอนเรียนโทอยู่ดี..
เพราะเวลาไปเราไปเรียนกับฝรั่ง เราก็เหมือนเด็กๆ.. อยู่นี่เราก็เด็ก (เพราะหน้าเด็ก เกี่ยวมั้ยอ่ะ.. ฮ่าๆ..)
แล้วก็น่าแปลกดี เพราะไม่ว่าจะไปที่ไหน คนที่แอคทีฟในการพูดการเถียงก็คือพวกคนแขก..
เป็นยังงี้ทั้งที่อเมกาและสิงคโปร์เลย.. แต่ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้ไม่ต้องพูดเยอะ.. ฮ่าๆๆ..
การเรียนก็หนักพอควรเหมือนกันค่ะ เรียนตั้งแต่ 9am-5.30pm..
เค้าจะแบ่งเป็นหกวิชา หมดหนึ่งวิชาปุ๊ปก็สอบปั๊ป.. หากใครไม่ผ่านก็ต้องเรียนใหม่..
การเรียนก็เน้นพวก case.. คนสอนเสร็จก็ทำงานกลุ่ม ก็จะเป็นอย่างนี้ไปตลอด 12 วัน..
** ฝากท้องกับฟู้ดคอร์ททุกวัน.. สั่งอะไรไม่ค่อยได้ดังใจเลย เพราะสื่อสารกับคนขายไม่รู้เรื่อง.. ฮ่าๆๆ.. **
เท่าที่เรียนมาสี่วันก็โอเคนะ เนื้อหายังไม่ยากเกินความสามารถ.. หลักๆก็ finance & marketing..
แต่ก็จะรู้สึกเนือยๆอยู่บ้างเหมือนกัน เพราะปกติเรียนเสร็จเราก็ออกไปแรดทุกวันเลย.. ฮ่าๆๆ..
คือมันรู้สึกว่า อุตส่าห์มาซิงทั้งที เรียนเสร็จจะกลับมาขลุกอยู่ในห้องก็ใช่อยู่..
พอเรียนเสร็จเราก็จะกลับมาเปลี่ยนชุดแล้วก็ออกไปตะลอนจนสองสามทุ่มทุกวันเลย..
เท่าที่ไปมาก็ยังไปไม่ซ้ำที่นะ แต่ส่วนใหญ่มันก็คือพวกห้างร้านน่ะล่ะ รูปเลยไม่ค่อยมี..
กะว่ารอให้วันแจ่มๆแล้วจะเอากล้องใหญ่ไปถ่ายให้สาแก่ใจเลย.. ฮี่ๆๆ..
เพราะฉะนั้นก็ขอรวบยอดตรงนี้ละกันว่าทำอะไรไปบ้างเนาะ..
วันอาทิตย์อย่างที่บอก เดินอยู่แค่ตรง Marina Square กับ Suntec City ..
วันจันทร์เข้า Orchard.. ป้วนเปี้ยนอยู่ตรง Wisma Atria กับ Takashimaya..
วันอังคารปวดท้องมายเฟรนด์มาหา เลยขอพักท้อง ไปแค่ซื้อของกินตรง Marina Square ..
วันพุธไปตามคำบอกของยัยฝ้าย คือที่ Bugis Junction พร้อมซื้อโค้กให้เจ้าหมู..
ก็เนี่ยล่ะค่ะกิจกรรมที่ทำมาตั้งแต่มาอยู่ที่นี่.. รูป (คนและวิว) ไม่ค่อยมีค่ะ มีแต่ของกิน.. ฮ่าๆๆ..
จะมีแต่วันนี้น่ะล่ะ (วันพฤหัส) ที่ฮึดออกไปเดินถ่ายรูปเล่น.. แต่ก็ใช้แค่กล้องเล็กเรียกน้ำย่อยไปก่อน..
แต่คิดว่าหากรวมรูปวันนี้ด้วยแล้วคงอัพไดไม่ได้แน่ๆเลย เพราะตอนนี้ที่ไดเกือบเต็มแล้ว..
แถมหน้านี้ก็เขียนมาซะยาวซะขนาดนี้.. (นี่เป็นข้ออ้างของคนกำลังจะเบี้ยวค่ะ.. ฮ่าๆๆ..)
** ให้ดูเรียกน้ำย่อย.. **
ไว้ยังงัยรูปวันนี้ขอแปะไว้หน้าต่อไปละกันเนาะ.. เดี๋ยวคนอ่านโหลดรูปได้ไม่หมดงัย.. ฮ่าๆๆ..
อ่านมาถึงตรงนี้จะแอบด่าเราอยู่หรือเปล่าเนี่ย.. ให้อ่านเนื้อหาไปซะเยอะ แต่ไม่มีรูปเลย..
ก็ถือว่าหน้านี้มาเล่าสู่กันฟังว่าธนวรรณยังอยู่ดีกินดีก่อนละกันเนาะ เพราะมันไม่ได้ถ่ายรูปจริงๆ..
จริงๆแล้วเราก็พยายามจะถ่ายในแต่ละที่ที่เราไปเหมือนกันนะ แต่คนเยอะเหลือเกิ๊นนนนน..
คงเหมือนที่เคยได้ยินคนว่า สิงคโปร์มันก็เป็นแค่เกาะเล็กๆ.. ก็ไม่ค่อยมีที่ให้คนเค้าไปกัน..
พอว่างเค้าก็เลยต้องไปเดินห้าง แต่ละห้างคนถึงได้แน่นตลอดเวลา..
และเพราะคนเยอะเช่นนี้ เราไปไหนก็เลยไม่ค่อยกล้าถ่าย.. ฮ่าๆๆ.. หน้ายังบางอยู่..
ยังงัยใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ได้ก็ขอปรบมือให้ทีนึง เพราะเราก็รู้ว่าเราจะออกทะเลไปไกลก็บ่อย..
แถมเล่าทีก็เป็นคุณนายละเอียดซะถี่ยิบ รูปเริบก็ไม่มีให้ดู.. แต่สัญญารูปใหม่ๆจะมาเร็วๆนี้..
วันนี้ก็แค่นี้ก่อนละกัน แล้ววันหน้ามาใหม่ หลังจ่ายค่าไดเสร็จ.. ฮ่าๆๆ..
ขอบคุณที่ตามมาอ่านกันนะคะ.. เทคแคร์น้า.. บุยบุยค่า.. จ๊วบบบบบบบบบบบบบบบบ..
4 8 6 6 5
เท่านี้ที่ต้องการ :: Sevendogs & Cherry