March 31st, 2008 
เหินฟ้าไปหาหมู...
จะว่าไป เวลาก็ผ่านไปเร็วเหมือนกันนะนี่..
นี่ก็ครบหกเดือนพอดีที่เราต้องอยู่ห่างกัน..
หลังจากที่เค้าท์ดาวน์มานาน เราก็มาถึงวันนี้กันจนได้..
วันที่เราจะได้บินไปหาเจ้าหมูที่ออสตินแล้น..
หากจะบอกว่ามีเวลาเตรียมตัวนาน มันก็มีอ่ะนะ..
แต่สุดท้ายก็มาเตรียมอะไรที่มันวินาทีสุดท้ายเช่นเคย.. ฮ่าๆๆ..
แบบว่า ช่วงก่อนมานี่งานที่ออฟฟิสยุ่งมากกกกก..
เรียกว่า ของที่จะเอามานี่ก็ล่อไปซื้อวันก่อนบินเลยทีเดียว.. หุหุ..
แต่ก็โชคดี เพราะการมาครั้งนี้ ไม่ได้เป็นอะไรที่ long term..
เลยไม่ต้องขนหรือเตรียมอะไรมามาก แค่พวกขนมของเจ้าหมูเท่านั้น..
แต่ขนาดไม่ต้องขนของเยอะ คืนก่อนบินกว่าจะได้นอนก็ปาเข้าไปตีสาม.. ฮ่าๆๆ..
เมคชัวร์ว่าทุกอย่างพร้อมก็เข้านอน ตั้งนาฬิกาเพื่อตื่นตอนตีห้า..

เช้าวันนี้ก็มีแม่กับน้องมาส่งที่สุวรรณภูมิ..
เครื่องออก 8.20am เราไปถึงประมาณหกโมงก็กำลังดี..
เช็คกระเป๋า ได้บอร์ดดิ้งพาสก็เตรียมเซย์กู๊ดบาย..
ไปแค่สามอาทิตย์เอง เลยไม่มีใครเศร้าหรอก มีแต่บอกว่าอย่าลืมของฝาก 555+..
พอเข้าตรงตรวจพาสปอร์ตนะ.. โอ้มายก๊อด อะไรคนจะเยอะขนาดนั้น..
แบบว่า คนล้นออกตรงทางเข้าเลยอ่ะ.. ไม่รู้จะต่อแถวไหน เพราะหาหางแถวไม่เจอ..
แล้วเราก็เจอเรื่องเซ็งจนได้ เพราะเข้าแถวอยูดีๆ เราก็เห็นอีกแถวนึงคนหายไปกว่าครึ่ง..
เราก็นึกว่าเค้าเปิดแถวใหม่ เราเลยจะไปมั่ง แต่ที่แท้มันเป็นแถวของพวกฑูต..
พอออกจากแถวเดิมมาแล้ว ก็ไม่กล้ากลับไปอยู่ที่เดิม..
คนที่ยืนข้างหลังยิ่งหน้าบอกบุญไม่รับ.. เราเลยไปเข้าอีกแถว ซึ่งตำแหน่งก็อยู่พอๆกัน..
แต่ไม่รู้ทำไม เจ้าหน้าที่ของแถวใหม่เราทำงานช้ามากๆๆๆ แบบว่าแถวไม่ขยับเลย..
คนแถวอื่นที่เข้าคิวมาพร้อมๆกันเค้าไปถึงไหนต่อไหนแล้ว เรายังอยู่ที่เดิม!!~

สรุปว่ากว่าจะหลุดตรงตรวจพาสปอร์ตมาได้ก็ปาไป 1 ชม!!!~
จากที่ตอนแรกนึกว่าจะมีเวลาไปเดินดูของดิวตี้ฟรีก็อด เพราะเข้าไปก็ต้องไปที่ gate แล้ว..
นี่ยังดีนะที่เดี๋ยวพฤษภาก็ต้องบินอีก ไว้ค่อยมาดูก็ได้..
ไม่งั้นนะเช้านั้นคงมีได้หัวเสียกันแต่เช้าก่อนบินแน่ๆ..
ไปที่ gate แป๊ปเดียวก็ได้ขึ้นเครื่องแล้ว.. ไปคราวนี้เรานั่งการบินไทยค่ะ..
บินคราวนี้ต่างกับคราวก่อนๆ เพราะปกติหากไม่นั่ง JAL ก็จะเป็น UA..
จริงๆแล้วตอนจองตั๋ว จะเอาไม่ JAL ก็ ANA แต่มันเต็มหมด..
เอเจนซี่เค้าเลยบุ๊ค TG ไปให้เลย เอาให้ได้ที่ชัวร์ดีกว่ามานั่งรอ stand by..


** Bye Bye Bangkok.. รูปล่างนี่ท้องฟ้าดูสงบดีจัง.. **
ไป TG ก็ดีเหมือนกัน เพราะส่วนใหญ่อาหารอร่อย แล้วบริการก็ดี..
แต่ปกติไม่ค่อยได้นั่งเพราะเหตุผลเดียว คือมันแพง.. ฮ่าๆๆ..
ตอนแรกยังถามแพมอยู่เลยว่าพี่แพทได้บินเปล่า เผื่อได้เจอกัน..
เห็นพี่แพทในหนังสือการบินไทยด้วย ตื่นเต้นใหญ่ เหมือนเห็นดาราเลย.. ฮ่าๆๆ..
แต่บินไฟลท์นี้ก็มีเรื่องให้เซ็งอีกจนได้ เพราะที่นั่งเรามันอยู่ข้างหน้าเด็กคนนึง..
แล้ว(ไอ้)เด็ก(บ้า)นี่ก็เตะเบาะอยู่ได้.. ไม่ก็มาตีพนักเบาะตรงที่หัวเราอยู่..
เราก็หันไปกะให้แม่(มัน)เห็นบ้าง แต่แม่เค้าก็ไม่สนใจเลย.. ทุเรศมากๆ..
สุดท้ายทนไม่ไหวเลยขอเค้าย้ายที่.. ตอนแรกเกือบไม่ได้เพราะไฟลท์เต็มมาก..
สรุปเค้าหาให้ได้แต่เป็นที่ตรงกลาง ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ได้นอนอย่างสงบได้ก็ถือว่าโอ..

** มองไปด้านหลัง ไม่มีใครเดินตามมาเลย.. **

** มองไปข้างหน้า ก็ไม่มีใครอีกเหมือนกัน.. **
หลับไปแป๊ปๆ เวลาก็ผ่านไปห้าชั่วโมง เราก็เดินทางถึงนาริตะแล้น..
อยากช้อปอยากกิน แต่ต้องจัดการเรื่องเปลี่ยนเครื่องกับบอร์ดดิ้งพาสก่อน..
พอลงไป เราก็ตามป้าย intl connecting flight.. แต่ก็งงมากๆ เพราะไม่มีคนเลย..
แบบว่า เดินเปลี่ยน terminal นี่ไม่มีคนเลยยยยยยยยยย.. เราก็ว่าเรามาไม่ผิดทางนะ..
ตอนนี้เลยรู้แล้ว ว่าหากจะนั่ง AA ไปเมกา อย่าได้นั่ง TG จากไทยไป เพราะมันอยู่คนละ terminal..
แต่หากนั่ง JAL ไป แล้วมาต่อ AA มันอยู่ terminal เดียวกัน ไม่ต้องเดินให้เมื่อย..
สรุปว่ากว่าเราจะจัดการกับพวก boarding pass อะไรเสร็จ ก็เกือบหมดเวลา (อีกแล้ว)..
จากที่แพลนว่าจะกินราเมนกับเดินช้อปก็อดทำตามแผนอีกจนได้ เนื่องด้วยเวลาไม่อำนวย..

คือว่า กว่าเราจะได้บอร์ดดิ้งพาส ตอนนั้นมันก็เหลือเวลาแค่ยี่สิบก่อน board เครื่องแล้วอ่ะ..
ตอนนั้นเลยต้องตัดสินใจว่าจะเลือกเดินหรือกินดี สุดท้ายเราก็เลือกกิน.. ฮ่าๆๆ..
มีเวลายี่สิบนาทีเราน่าจะพอทาน (ยัด) ทัน.. ไว้ขากลับค่อยกลับมาช้อป..
เลยมานั่งร้านเดิมที่เคยทานกับเจ้าหมูคราวก่อน แต่คราวนี้เปลี่ยนเมนู..
นั่งทานคนเดียวก็เหงาเหมือนกันนะนี่..
แต่ไม่เป็นไร อีกไม่ถึง 24 ชมก็จะมีเพื่อน (แฟน) นั่งกินด้วยแล้ว.. 555+..
ทานเสร็จก็รีบไปที่เกท ซึ่งข้างหน้ามีร้านของอยู่พอดี..
เลยรีบซื้อขนมติดไม้ติดมือให้เจ้าหมูนิดนึง แล้วก็ได้เวลาขึ้นเครื่องพอดี..

** คราวนี้คนค่อยเยอะสมกับเป็น International flight หน่อย.. **
คราวนี้ล่ะ ขออย่าให้ได้เจอเด็กนั่งอยู่ใกล้ๆอีกเลย..
ก็นะ ไฟลท์นี้ไม่เจอเด็ก แต่เจอคุณป้าแทน (หรือจะเรียกว่ายายดี)..
คุณป้านี่เก่งน้า เดินทางคนเดียวเป็นว่าเล่น แต่คุยเก่งด้วยอ๊ะ..
ชวนเราคุยตลอดเลย แบบว่า หนูอยากดูหนัง อยากนอนอ่ะค่ะคุณป้า..
โชคดีหน่อยตอนที่คุณป้าแกเริ่มเขียนหนังสือ เราก็เริ่มดูหนังของเรา..
พอเค้าเห็นเราดูหนังเค้าก็ไม่ได้ชวนคุย.. พอได้เวลาทานข้าวก็ชวนคุยใหม่.. ฮ่าๆๆ..
แต่ทานเสร็จเราก็ดูหนังต่อ เสร็จแล้วก็นอนยาวเลย.. ยาวมากๆ..
เพราะว่าตื่นมาอีกประมาณสองชมก็จะถึง Dallas แล้วอ่ะ..

ขนาดคุณป้าข้างๆยังบอกว่า I really admire your ability to sleep. 555555..
คุณป้าไม่รู้ซะแล้ว ว่าสองกิจกรรมหลักที่เราทำตอนบินก็คือกินกับนอนเท่านั้น..
นานน๊านนนนน จะอดตามหลับขับตานอนดูหนัง.. หากดูเรื่องไหนแสดงว่าต้องอยากดูจริงๆ..
คราวนี้เราได้ดูสองเรื่องฮะ.. Alvin & The Chipmunks กับ Juno..
ดูหนังเสร็จก็นอนต่อ.. แต่อันนี้ไม่รู้ว่าเป็นความสามารถพิเศษหรือเปล่านะ..
เพราะว่าพอถึงเวลากิน เราก็สามารถตื่นได้ทันที.. ฮ่าๆๆ..
เหมือนมันจะรู้ตัวตอนเค้าเปิดไฟ หรือมีอาหารกลิ่นยั่วยวนออกมา.. ฮ่าๆๆ..
หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ งีบต่ออีกไม่นาน เราก็ถึงแดลลัส..

** มีรถดับเพลิงมาต้อนรับ เป็นการ commemorate กัปตันที่บินไฟลท์นี้เป็นไฟลท์สุดท้ายก่อนเกษียณ.. **
โอ๊ะ.. ตอนนี้เราก็เดินทางมาถึงอเมกาแล้ว.. อีกไม่กี่อึดใจก็จะได้เจอเจ้าหมูแล้ว..
แต่ก่อนจะรีแล็กซ์ได้ก็ต้องจัดการเรื่องเอกสารให้เรียบร้อยก่อน..
นั่นก็คือผ่านด่าน immigration.. โชคดีหน่อยที่ออกมาไม่ช้ามาก แถวเลยไม่ยาวมาก..
เพราะพอต่อแถวมาไม่ทันไร พอหันไปด้านหลัง โอ้โห ทำไมคนมันเยอะขนาดนี้..
แต่แล้วก็มีเรื่องให้เซ็งอีกจนได้.. คือพออยู่หัวแถว เค้าก็จะมีจนท.คอยบอกให้เราไปต่อเค้าน์เตอร์ไหน..
แล้วเค้าน์เตอร์ที่เราได้ก็เป็นอันที่บริการคนนั่ง wheel chair ด้วย..
เพราะฉะนั้นเวลามีคนนั่ง wheel chair มา เค้าก็จะ cut แถวให้พวกนั้นไปก่อน..
อีกแล้วหรอ ต้องรอเข้าคิวแบบยาวนานกับเรื่องอย่างนี้อีกแล้ว..
กว่าจะถึงคิวเราได้ก็ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมง.. พอเจอพนักงานตม.ก็เล่นเอาตื่นเต้นอีกแล้ว..
เค้าก็ถามประมาณว่า มาทำอะไร.. เราก็บอกมาเที่ยวกับเยี่ยมเจ้าหมู..
เค้าก็ถามว่าเจ้าหมูวีซ่าอะไร เจอกันได้ยังงัย blah blah.. เราก็ตอบๆไป..
แล้วเค้าก็ถามว่าเรามีตั๋วกลับหรือยังขอดูหน่อย เราก็ให้ไป.. เค้าคงกลัวเรามาอยู่ยาวน่ะสิ..
สุดท้ายก็รอดตัวไป สแกนนิ้วมือ ตรวจเอกสาร แล้วก็ได้ยินคำว่า Welcome to America


** เหมือนทะเลเมฆเลย.. ดูเหมือนหิมะนุ่มๆน่าไปนอนเล่นเป็นที่สุด.. **
เสร็จแล้วก็ไปเอากระเป๋า.. ตรวจ customs.. แล้วก็โหลดกระเป๋าเพื่อไปออสตินต่อ..
ผ่านด่าน security.. นั่งรถไฟฟ้าไปอีก terminal.. แล้วก็ไปรอที่ gate..
อีกไม่นานเราก็ได้ขึ้นเครื่องบินไปหาเจ้าหมูแล้นนนนนน..
แล้วอีกครึ่งชั่วโมงต่อมา เราก็ลงเครื่องถึงออสตินซะที.. หลังจากเกือบ 20 ชม.ผ่านไป..
ลงเครื่องมาแล้ว คราวนี้ก็มาลุ้นว่าจะได้เจอเจ้าหมูหรือยัง..
เพราะเราได้บอกไปว่าเครื่องจะลงตอนหกโมงครึ่ง..
อยากเจอเจ้าหมูก่อนเอากระเป๋าน้า ไม่ใช่ขับโฉบมารับหลังเอากระเป๋าเสร็จ.. ฮ่าๆๆ..
พอจะลงบันไดเลื่อนก็มองหาใหญ่เลย อยู่ตรงตีนบันได หรืออยู่ตรง belt กระเป๋าอ๊ะ..


** ถึงซะทีออสติน เมืองที่คนว่าไม่มีอะไร แต่มีใจเราอยู่นี่.. ฮิ้ววววววววววว.. 5555+.. **
แต่แล้วจู่ๆขณะลงบันไดเลื่อนอยู่ ก็มีหนุ่มหน้ามล(กลม) มายืนข้างๆ..
ตอนแรกเราก็หันแว๊บไปดู ใคร(ฟะ)มายืนข้างๆ แล้วก็หันกลับไป..
แล้วก็มาเอ๊ะ.. ลองหันกลับไปอีกที เจ้าหมูนี่นา.. เหอะๆๆ.. หมูแกล้งเค้า..
แท้จริงๆแล้ว เจ้าหมูแอบมายืนรอข้างบน แล้วค่อยๆย่องมาเซอร์ไพร้ส์เรา..
ไม่ได้เจอเจ้าหมูมานาน แอบเขินนะเนี่ย.. ฮ่าๆๆ.. ท่าจะต๊อง..
ก็แบบ เราคุยกันทุกวันนะ แต่ไม่ได้เห็นหน้ากันเลยอ่ะ..
แหม ขนาดเว็บแคมยังไม่เคยคุยกันเลย.. คราวนี้เลยเป็นครั้งแรกในรอบหกเดือน..
เห็นแล้วเขิน ตัวม้วนเขินอายอย่างบอกไม่ถูก.. ฮ่าๆๆ.. was very surreal..
รอเอากระเป๋า ขึ้นรถ นั่งรถมาด้วยกัน ความเขินมันก็ยังอยู่..
ว่าไปแล้วมันก็รู้สึกเหมือนคนเพิ่งจีบกันใหม่ๆ.. ฮ่าๆๆ..
ดีใจ (มากๆ) นะที่ได้เจอเจ้าหมูอีกที.. หวังว่าเจ้าหมูก็ดีใจเหมือนกันใช่ป๊ะ.. ฮี่ๆๆ..

กว่าจะขับรถออกมาก็ปาไปทุ่มกว่าละ เจ้าหมูเลยถามว่าอยากทานอะไร..
ไอ้เราเพิ่งทานมาไม่นานเลยไม่หิวมาก แต่ก็บอกงั้นไปซื้ออาหารเกาหลีจากร้านประจำกันละกัน..
มันตะหงิดๆอยากทานบิบิมบับยังงัยไม่รู้.. ฮ่าๆๆ.. ทานเกาหลีทิ้งทวน Korean Bonds..
ช่วงพักร้อนจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องงานละกัน..
แต่เพราะเหนื่อยๆ เราเลยซื้อมาทานที่บ้านแทน..
กลับมาเจออพาร์ทเม้นท์เก่า บรรยากาศเดิมๆอันคุ้นตา..
มาห้องเจ้าหมูที่ดูเหมือนเดิมเป๊ะ.. เป็นการเริ่มต้นของพักร้อน..
และการกลับมาเจอกันใหม่ของเจ้าหมูสีฟ้าและเจ้าหมูสีชมพู..

4 4 9 5 5 
Better Together :: Jack Johnson